การนำเข้ารถมินิมาจากต่างประเทศ

ติดดาว: 3.8 (5 โหวต)

บทความสำหรับผู้ที่ต้องการนำเข้ารถมินิมาจากต่างประเทศ ว่ามีหลักเกณฑ์ในการนำเข้าอย่างไร ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง วิธีการคำนวณภาษี ซึ่งเป็นพิธีการของทางกรมศุลกากร

การนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคลแบบถาวร

การนำเข้ารถยนต์ส่วนบุคคลหากในลักษณะนี้ผู้นำเข้าจะต้องชำระค่าภาษีอากรตามปกติ หากเป็นรถยนต์ใหม่ก็ให้ปฏิบัติพิธีการนำเข้าเช่นเดียวกับการนำเข้าสินค้าอื่น ๆ แต่หากเป็นรถยนต์นั่งเก่าใช้แล้วจะถือเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้ามาในประเทศไทย ในหลักการไม่อนุญาตให้นำเข้า เว้นแต่เป็นการนำเข้าชั่วคราวหรือการนำเข้าเฉพาะตัวที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้เท่านั้น

หลักเกณฑ์การนำเข้ารถยนต์นั่งเก่าใช้แล้วแบบถาวร

  1. นำเข้ามาใช้ได้เองเพียงคนละ 1 คัน
  2. กรณีเป็นชาวต่างประเทศจะต้องเป็นผู้ที่จะเข้ามาอยู่ในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 1 ปี โดยมีหนังสืออนุญาตการเข้าเมืองจากกองตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และใบอนุญาตทำงานของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมมาแสดงในการนำเข้าด้วย
  3. กรณีชาวไทยมีคู่สมรสเป็นชาวต่างประเทศ จะต้องมีหลักฐานแสดงว่าเป็นคู่สมรสและนำรถยนต์เข้ามาเพื่อมีภูมิลำเนาในประเทศไทย รวมทั้งผู้นำเข้าต้องถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองรถยนต์คันนั้นระหว่างอยู่ในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ์จนถึงวันที่เดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
  4. กรณีเป็นชาวไทย ต้องเป็นชาวไทยที่ไปอยู่ต่างประเทศติดต่อกันเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี 6 เดือน แล้วเดินทางกลับมามีภูมิลำเนาในประเทศไทย และถือกรรมสิทธิ์ครอบครองรถยนต์คันนั้นอยู่ในระหว่างอยู่ต่างประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือนและมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์

เอกสารที่ควรจัดเตรียมการนำเข้ารถยนต์แบบถาวร

เอกสารทั่วไป

  • ใบขนสินค้าขาเข้า ประกอบด้วยต้นฉบับและสำเนา 1 ฉบับ
  • ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading or Air Waybill)
  • เอกสารการซื้อขายรถยนต์ (ถ้ามี)
  • ใบสั่งปล่อยสินค้า (กศก.100/1)
  • แบบธุรกิจต่างประเทศ (Foreign Transaction Form) กรณีสินค้านำเข้ามีราคา CIFเกิน 500,000 บาท
  • ใบแจ้งยอดเบี้ยประกัน (Insurance Premium Invoice)
  • เอกสารอื่น ๆ เช่น หนังสือมอบอำนาจ

เอกสารเพิ่มเติมกรณีเป็นรถยนต์เก่าใช้แล้ว

  • ทะเบียนบ้านและบัตรประจำตัวประชาชน
  • หนังสือเดินทาง กรณีย้ายภูมิลำเนา
  • ทะเบียนรถยนต์ที่จดทะเบียนการใช้งานที่ต่างประเทศมาแล้ว
  • ใบอนุญาตการนำเข้าจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

ขั้นตอนปฏิบัติพิธีการ

  1. ผู้นำเข้าหรือตัวแทนยื่นใบขนสินค้าพร้อมเอกสารประกอบต่อฝ่ายการนำเข้าที่ 4 ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือสำนักงาน/ด่านศุลกากรที่นำเข้า
  2. กรมศุลกากรตรวจสอบข้อมูลในใบขนสินค้าและเอกสารประกอบ หากเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว จะออกเลขที่ใบขนสินค้า และประเมินค่าภาษีอากรที่ผู้นำเข้าจะต้องชำระ
  3. ผู้นำเข้าหรือตัวแทนไปชำระเงินค่าภาษีอากรที่ฝ่ายบัญชีและอากร
  4. ผู้นำเข้าหรือตัวแทนนำหลักฐานการชำระเงินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ส่วนตรวจสินค้าเพื่อรับของออกจากอารักขาศุลกากร

หลักเกณฑ์การประเมินอากร

  1. กรมศุลกากรกำหนดเกณฑ์การประเมินราคาโดยใช้ราคา CIF ( ราคา + ค่าประกันภัย+ค่าขนส่ง ) เป็นฐานการประเมินอากรนำเข้า
  2. ราคารวมค่าภาษี เป็นราคาที่รวมการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิต ( ถ้ามี ) เข้าไว้ ณ. วันที่ชำระค่าภาษีรถยนต์
  3. กรณีที่เป็นรถยนต์เก่าใช้แล้ว จะกำหนดส่วนลดตามระยะเวลาที่จดทะเบียนให้ ดังนี้
อัตราส่วนลดราคารถยนต์นั่งใช้แล้ว

1. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

1 ปี

-

แต่ไม่เกิน

1 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 16.67 %

2. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

2 ปี

-

แต่ไม่เกิน

2 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 26.67 %

3. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

3 ปี

-

แต่ไม่เกิน

3 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 36.67 %

4. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

4 ปี

-

แต่ไม่เกิน

4 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 46.67 %

5. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

5 ปี

-

แต่ไม่เกิน

5 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 55.83 %

6. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

6 ปี

-

แต่ไม่เกิน

6 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 60.50 %

7. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

7 ปี

-

แต่ไม่เกิน

7 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 63.50 %

8. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

8 ปี

-

แต่ไม่เกิน

8 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 66.33 %

9. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

9 ปี

-

แต่ไม่เกิน

9 ปี

2 เดือน

หักส่วนลด 68.33 %

10. จดทะเบียนใช้แล้ว

เกินกว่า

10 ปี

-

-

-

-

ประเมินราคาตามสภาพรถ

  1. หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณค่าภาษีอากร เป็นไปตามที่กรมศุลกากรประกาศกำหนดไว้ชัดเจน

ตารางแสดงอัตราภาษีอากร

ประเภทรถยนต์
ขนาดปริมาตรช่วงชักภายใน
กระบอกสูบ
อากร
(%)
สรรพสามิต
(%)
(ตัวคูณ)
ภาษีเพื่อ
มหาดไทย*
(%)
VAT
(%)
อัตราอากร
รวม (%)
ของ CIF
1. รถยนต์นั่งส่วนบุคคล - ไม่เกิน 2400 ซีซี

- เกิน 2400 ซีซี แต่ไม่เกิน 3000 ซีซี
และมีกำลังไม่เกิน 220 แรงม้า

- ไม่เกิน 3000 ซีซี หรือมีกำลังเกิน
220 แรงม้า

80

80

80

35
(0.5691057)

42
(0.7468124)

48
(1.0169492)

10

10

10

7

7

7

213.171

250.82

308.051

2. รถยนต์นั่งตรวจการณ์
(OFF ROAD)
ตามประกาศกระทรวง-
การคลัง
- ไม่เกิน 2400 ซีซี

- เกิน 2400 ซีซี แต่ไม่เกิน 3000 ซีซี
และมีกำลังไม่เกิน 220 แรงม้า

80

80

29
(0.4258443)

29
(0.4258443)

10

10

7

7

182.819

182.819


* ภาษีเพื่อมหาดไทยจะคิดเป็น 10 % ของภาษีสรรพสามิต

วิธีคิดอัตราอากรรวมของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดปริมาตรช่วงชักภายในกระบอกสูบ ไม่เกิน 2400 ซีซี

  • ถ้าราคา CIF ของรถยนต์นั่ง
  • = 100
  • อากรขาเข้า
  • = 80%
  • ภาษีสรรพสามิต
  • = 35%
  • ภาษีเพื่อมหาดไทย
  • = 10%
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • = 7%

    วิธีคำนวณ

    1. อากรขาเข้า = (ราคา CIF x อัตราอากรขาเข้า)
    = (100 x 0.8)
    = 80
    2. ภาษีสรรพสามิต = (ราคา CIF + อากรขาเข้า) x อัตราภาษีสรรพสามิต/ 1-(1.1 x อัตราภาษีสรรพสามิต)
    = (100 + 80) x 0.35/ 1-(1.1 x 0.35)
    = 180 x 0.5691057
    = 102.439
    3. ภาษีเพื่อมหาดไทย = ภาษีสรรพสามิต x อัตราภาษีเพื่อมหาดไทย
    = 102.439 x 0.1
    = 10.2439
    4. ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม = ราคา CIF + อากรขาเข้า + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย
    = 100 + 80 + 102.439 + 10.2439
    = 292.6829
    5. ภาษีมูลค่าเพิ่ม = ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม
    = 292.6829 x 0.07
    = 20.4878

    ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

    ชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มีความประสงค์จะขอทราบรายละเอียดพิธีการนำเข้ายานพาหนะส่วนบุคคลแบบถาวร สามารถติดต่อฝ่ายการนำเข้า ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรนำเข้าท่าเรือกรุงเทพ หรือฝ่ายเอกสิทธิและส่งเสริมการลงทุน ส่วนการนำเข้า สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ หรือสำนักงาน/ด่านศุลกากรที่นำเข้าทุกแห่งในวันและเวลาราชการ

    ความคิดเห็นล่าสุด