คุยสดกับคนรักรถมินิ

  • 06:49:34 รถมินิแปลงพวงมาลัยจากซ้ายเป็นขวาง่ายครับ
  • 09:41:20 แล้วถ่าไม่มีทะเบียนราคาแสนสามหละครับ มีอนาคตมั้ยครับ
  • 11:17:47 ผู้เยี่ยมชม ซื้อแบบมีทะเบียนสบายใจกว่ากันเยอะ อย่าไปซื้อแบบไม่มีทะเบียนเลยครับ
  • 14:28:45 ขอบคูุณครับ งั้นเก็บตังค์อีกหน่อยดีกว่า
  • 17:12:37 ผู้เยี่ยมชม เบรคแบรนหาซื้อที่ไหนได้บ้างครับ
  • 21:53:10 หน้าอู่ร้านอะไหล่ มุมบนขวาสุด ได้เลยครับ
  • 22:44:56 ผู้เยี่ยมชม ทะเบียนอินวอยมีใครรับทำอยุ่ไหมครัช
  • 21:03:23 ผู้เยี่ยมชม ถ้ารถจดประกอบมีแต่ใบคุมเครื่องประกอบเป็นคันแล้วเราสามารถที่จะจอดไว้ที่บ้านได้ไหมคับ
  • 17:03:17 ผู้เยี่ยมชม ไม่ได้ครับ ประกอบเป็นคันต้องเสียภาษีสรรพสามิต
  • 17:28:46 ผู้เยี่ยมชม ขายออสติน1300 สวยเดิมทั้งคัน ทะเบียนแท้ ประกันภัย
Reload

“มินิ คันทรีแมน” หนึบหนับ-หนักแน่น

ติดดาว: 5 (2 โหวต)

หาอะไรทำไปเรื่อยครับ สำหรับ “มินิ” ยุค ใหม่ ที่ขยันออกโปรดักต์ บนความหลากหลายของระดับความแรง(เครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล) พร้อมตัวถัง “แฮทซ์แบ็ก 3 ประตู” หรือจะเปิดฟ้าท้าลมในรูปแบบ “เปิดประทุน” (Convertible) รวมถึงความอเนกประสงค์สไตล์แวกอนอย่าง“คลับแมน” (Clubman)

แล้วอย่าคิดว่ามินิ ภายใต้การนำของ “บีเอ็มดับเบิลยู” จะหยุดเพียงแค่นี้ เพราะจากรายงานล่าสุดคาดว่า ภายในช่วง 1-2 ปีนับจากนี้ มินิยังเตรียมทำรถสายพันธุ์ใหม่ ออกมาให้แฟนๆได้ชื่นชมอีกอย่างน้อย 2-3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น ตัวถัง คูเป้,โรดสเตอร์ ตลอดจนคูเป้ยกสูงสไตล์เอสยูวี ซึ่งเผยโฉมรถต้นแบบชื่อ“เพซแมน”ออกมาแล้ว

ส่วนรุ่นที่ “ASTVผู้จัดการมอเตอริ่ง” นำ มาลองขับล่าสุดคือ “คันทรีแมน” (Countryman) เอสยูวี 5 ประตู ถือเป็นตัวถังลำดับที่ 4 ต่อจากพวก แฮทซ์แบ็ก,เปิดประทุน และคลับแมน โดยเผยโฉมครั้งแรกในโลกที่งาน “เจนีวา มอเตอร์โชว์ 2010”

ขณะที่การเปิดตัวอย่างเป็นทางการโดย มินิ ประเทศไทย ในเครือ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีขึ้นปลายปีที่แล้วในงาน “มอเตอร์เอ็กซ์โป 2010” พร้อมสองทางเลือกคือ “คูเปอร์ เอส ออลโฟร์” (Cooper S ALL4) ราคา 3.29 ล้านบาท และ “คูเปอร์” (Cooper) ราคา 2.79 ล้านบาท

ตัวท็อป“คูเปอร์ เอส ออลโฟร์” ที่ผู้เขียนได้สัมผัส มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบแบบTwin-Scroll พร้อมระบบวาล์วแปรผันVALVETRONIC ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตรที่ 1,600-5,000 รอบต่อนาที หรือเพิ่มโอเวอร์บูสได้ถึง 260 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทำงานผ่านElectromagnetic Center Differential โดยจะกระจายกำลังแปรผันไปยังล้อหน้าและหลังตามสภาพการขับขี่ ซึ่งในภาวะปกติจะส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้าเป็นหลัก หรือแบ่งไปล้อหลังไม่เกิน 50%

ขณะเดียวกันยังสร้างความมั่นใจด้วยระบบรักษาเสถียรภาพ DSC และระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบควบคุมแรงเบรกตอนเข้าโค้ง CBC ระบบเสริมแรงเบรก BA และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HA -Hill Assist)

ประเด็นที่น่าสนใจของ “คันทรีแมน” ยังอยู่ที่การเซ็ทช่วงล่าง ซึ่งจากการลองขับทั้งในเมือง นอกเมืองความเร็วสูง ต้องบอกว่า “หนึบแต่ไม่กระด้าง” (เจอคูเปอร์ เอส R56 ก่อนไมเนอร์เชนจ์ ต้องใช้คำว่า กระด้างได้เลย) เพราะช่วงล่างหน้าแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง หลังเป็นมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลง บวกกับล้ออัลลอยด์ 18 นิ้ว ประกบยางรันเฟลต 225/45 R18 พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้เสถียรภาพการทรงตัวดีเยี่ยม

การขับทางตรงใช้ความเร็ว 120-140 กม./ชม. รถยังได้นิ่งๆ หรือช่วงเข้าโค้งก็ละเลียดผ่านไปได้เนียนๆ พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้า ที่ทดน้ำหนักมาพอดิบพอดี ยิ่งให้ความมั่นใจ ด้านตัวถังโยกโยนน้อยแม้เข้าโค้งที่ความเร็วสูง ส่วนการขึ้น-ลงคอสะพาน ช่วงล่างยังรองรับได้นุ่มพอสมควร หรือถ้าให้เทียบกับ“คูเปอร์ เอส แฮทซ์แบ็ก และ คลับแมน ” ต้องบอกว่าช่วงล่าง“คันทรีแมน” นั้นนิ่มนวลกว่า

การขับในโหมดปกติ การออกตัว และเร่งแซง ทำได้ทันใจ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 8.3 วินาที ส่วนการเปลี่ยนเกียร์จะไปตัดแถวๆ 2,500-3,000 รอบ (แล้วแต่น้ำหนักเท้า) ซึ่งมีอาการกระชากลากดึงอยู่นิดๆ

การขับรวมๆถือว่ารถตอบสนองได้ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าใครอยากเพิ่มความเร้าใจ สามารถเลือกกดปุ่มสปอร์ต (บริเวณคอนโซลกลางใกล้คันเกียร์) ซึ่งเครื่องยนต์จะกระตือรือร้น ส่วนเกียร์จะทดลงมาให้จี๊ดจ๊าด ขับสนุกมากขึ้น

โดยการเปลี่ยนเกียร์จะลากรอบไปถึง 4,000 ส่วนการขับเรื่อยๆ หรือแช่ที่ความเร็ว 60-80 กม./ชม. รอบจะสแตนด์บายไว้ ประมาณ3,000 รอบ รอให้ผู้ขับเหยียบคันเร่งสั่งงานรถพุ่งทะยานทันท่วงที ขณะเดียวกันจะเพิ่มน้ำหนักพวงมาลัย ให้การควบคุมสอดคล้องกับความเร็วที่สูงขึ้น

ด้านคันเกียร์ออกแนวแข็ง ต้องใช้แรงในการสับโยกตำแหน่ง N D P พอสมควร แต่ถ้าใครอยากเปลี่ยนเกียร์แบบแมนวล ก็ทำได้ตามสะดวก (มินิ เรียก Steptronic) แถมมีแพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัยมาให้เล่น ซึ่งการเปลี่ยนเกียร์ฉับไวตามใจผู้ขับได้เป็นอย่างดี

การเข้า-ออกประตูด้านหน้า สะดวกพอสมควร เบาะหนังกึ่งผ้าออกแนวนุ่มไปนิด ส่วนด้านบนเป็นหลังคาแก้ว และแม้จะมีผ้าใบตาข่ายรองไว้หนึ่งชั้น(เลื่อนเปิด-ปิดได้) แต่การขับกลางวันแดดเปรี้ยง ยังร้อนหัวเอาเรื่อง

ด้านอุปกรณ์ใช้สอย และระบบการสั่งงานต่างๆจัดไว้เน้นความเท่ แตกต่างจากรถทั่วไป แต่ศึกษาสักพักก็ใช้งานง่าย ทั้ง ระบบ MINI Connected เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ iPhone 4 ระบบ Bluetooth ช่องเชื่อมต่อ USB ระบบควบคุม iDrive พร้อมจอมอนิเตอร์ขนาด 6.5 นิ้ว ระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Control และพวงมาลัยมีปุ่มควบคุมแบบมัลติฟังก์ชั่น

ปิดท้ายด้วยอัตราบริโภคน้ำมัน ซึ่ง “มินิ” เคลมเฉลี่ยไว้ที่ 12.4 กม./ลิตร แต่ในส่วนของผู้เขียนทำได้จริงจากการวัดระยะทางประมาณ 200 กม. ในเมือง นอกเมือง เห็นตัวเลข10.5 กม./ลิตร

รวบรัดตัดความ...เก่ง สร้างสรรค์ รักพัฒนา ทำโปรดักต์ออกมาหลากหลาย เอาใจทุกความต้องการ ที่สำคัญยังคงรักษา DNA ขับสนุก รวมถึง“คันทรีแมน”ด้วยเช่นกัน แต่กระนั้นถ้าให้เทียบความปราดเปรียว หรือความมันจากการขับขี่รวมๆ ตัวถังแฮทซ์แบ็กยังตอบสนองได้เร้าใจที่สุด

เอาเป็นว่าใครเงินเหลือสัก 3-4 ล้านบาท แล้วชอบแบรนด์ “มินิ” เป็นทุนเดิม ก็เลือกซื้อกันตามสะดวก...อย่าได้แคร์นกกระจอกครับ

หมายเหตุ: บทความจาก ผู้จัดการออนไลน์ 19 พฤษภาคม 2554

ตั้งค่าการแสดงผลความคิดเห็น

เลือกตั้งค่าการแสดงผลความคิดเห็นที่คุณต้องการและคลิ๊กปุ่ม บันทึกค่า เพื่อเปลี่ยนวิธีการแสดงผล
รูปภาพของ จรรยา

j

Arrow j

เยี่ยม
0 คนถูกใจ

แสดงความคิดเห็น

เนื้อหาของข้อมูลนี้ถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ
  • เปลี่ยนที่อยู่ของเว็บไซต์และอีเมลให้เป็นลิงก์โดยอัตโนมัติ
  • ตั้งค่าการขึ้นบรรทัดใหม่และย่อหน้าใหม่แบบอัตโนมัติ
  • ใส่ชุดคำสั่งของ Google Map ได้
  • คุณสามารถอ้างอิงข้อความจากผู้อื่นโดยการใช้คำสั่ง [quote] และ [/quote]
  • ตัวอักษรแสดงอารมณ์ จะถูกแทนที่ด้วยรูปภาพแสดงอารมณ์

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดรูปแบบ

Image CAPTCHA
ป้อนตัวอักษรที่แสดงในรูป (ไม่ต้องเว้นวรรค)

ความคิดเห็นผ่านทางเฟสบุ๊ค

ความคิดเห็นล่าสุด