แวะเยี่ยมอู่ Mini Maruyama ที่ญี่ปุ่น

ทวีต
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมอู่และร้านอะไหล่ที่ผมคุ้นเคย และตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองโตเกียวซักเท่าไหร่ นั่นก็คือร้าน Mini Maruyama ผมเคยแวะมาที่ร้านแห่งนี้เมื่อประมาณปี 2551 เพื่อมาซื้อตั๋วเข้าชมงาน 16th Japan Mini Day ซึ่งจัดที่สนาม Tsukuba Circuit ในเดือนเมษายน ในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมแวะมาที่ร้านแห่งนี้เพื่อมาซื้อตั๋วเข้าชมงาน 18th Japan Mini Day ซึ่งจัดที่สนาม Tsukuba Circuit ในวันที่ 29 เมษายน 2553 ที่จะถึงนี้

ภาพซ้าย ถ่ายจากด้านนอกเห็นว่ามีพื้นที่เป็นสองส่วนคือส่วนแรกซ้ายมือสำหรับซ่อมรถยนต์ขนาดประมาณ 6x6m ส่วนนี้จะมีลิฟท์ยกรถเพื่อนำขึ้นไปจอดที่ชั้น 2 ส่วนที่สองเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่คือโชว์รูมรถมินิและตู้โชว์สินค้าและอะไหล่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับรถมินิ ภาพขวา เป็นสินค้าที่ลูกค้านำมาฝากขาย จะแยกออกจากสินค้าของร้านซึ่งจะถูกวางโชว์อยู่ในตู้

เข้ามาภายในโชว์รูมรถมินิและร้านอะไหล่ซึ่งใช้พื้นที่ร่วมกัน ภาพซ้าย นอกจากสินค้าที่อยู่ในตู้และเรียงรายตามฝาผนังแล้ว ก็ยังมีแขวนไว้บนเพดานอย่างมากมาย ภาพขวา เป็นป้ายสำหรับติดกระจังหน้ารถมินิ ซึ่งมีแบบหลากหลายและไม่สามารถหาได้จาก Mini Spares รวมไปถึงสติ๊กเกอร์ติดรถแบบต่าง ๆ

จากนั้นลองเดินไปรอบร้าน ส่วนใหญ่อะไหล่จะถูกจัดให้อยู่ในตู้รอบ ๆ ร้าน ภาพซ้าย เป็นหัวเกียร์และฝาครอบพวงมาลัยแบบต่าง ๆ ดูไปดูมาตาลายมากเนื่องจากว่ามีแบบเยอะมาก ๆ แทบจะไม่ซ้ำกันเลย ภาพขวา นอกจากอะไหล่ที่โชว์อยู่ในตู้ ก็ยังมีที่เรียงรายแขวนอยู่รอบ ๆ ฝาผนัง จนฝาผนังแทบจะไม่เหลือพึ้นที่ใช้สอย

ไม่ได้มีแต่อะไหล่กับรถมินิเท่านั้นนะครับ ภาพซ้าย เป็นชั้นหนังสือและ DVD ภาพยนต์และสารคดีที่เกี่ยวกับรถมินิ มีทั้งที่เป็นภาษาอังกฤษและที่เป็นภาษาญี่ปุ่น รวมไปถึง Magazine ด้วย ที่ญี่ปุ่นจะมี Magazine เกี่ยวกับรถมินิคลาสสิคที่ชื่อว่า Mini Freak ภาพขวา เป็นของที่ระลึกต่าง ๆ ที่เป็นรูปรถมินิ เช่น เหรียญที่ระลึก 50 ปีรถมินิ แก้วน้ำรูปรถมินิ ฯลฯ (บรรยาย 3 วันก็ไม่หมดว่ามีอะไรบ้าง)

ดูอะไหล่กันไปมากแล้วเรากลับมาดูรถมินิที่วางขายอยู่ในโชว์รูมดีกว่า ผมถ่ายให้เห็นแต่ราคารถเพราะว่ารถมีเยอะมากถ่ายละเอียดทุกคันไม่ไหว ราคาที่ร้านนี้ถือว่าแพงอยู่เหมือนกัน ภาพซ้าย รถคันนี้เป็น Rover เกียร์ออโต้ หัวฉีด คิดเป็นเงินไทยเท่ากับ 875,000 บาท ภาพขวา ราคาค่อยลองมาหน่อย หลังคาแบบ Sun Roof คิดเป็นเงินไทย 448,000 บาท เทียบกับรถมินิที่เขาขายกันที่ญี่ปุ่นราคาโดยประมาณ 70,000-350,000 บาท จะเห็นว่ารถมินิที่ร้านนี้ราคาสูงอยู่เหมือนกัน

หลังจากเดินไปรอบ ๆ จนหมดเรียบร้อยแล้ว ก็ขึ้นมาสู่ชั้นที่ 2 ของร้านแห่งนี้กัน ภาพซ้าย จะเห็นว่าบริเวณด้านหลังยังเหลือที่ว่าง เนื่องจากเป็นบริเวณที่นำรถขึ้นลิฟท์เพื่อย้ายมาจอดในบริเวณชั้น 2 แห่งนี้ นอกจากนั้นบริเวณเพดานก็ยังคราคร่ำไปด้วยพวงมาลัย Motolita แบบต่าง ๆ ภาพขวา ของที่ระลึกจากชั้นที่ 1 ยังไม่เพียงพอต่อการจัดเก็บ จึงนำมาวางโชว์ต่อในชั้น 2 ของที่ระลึกมาจากทั่วทุกแห่งก็ว่าได้ ทั้งจากญี่ปุ่นเอง จากจีน จากอังกฤษ ฯลฯ และที่นี่เองทำให้ผมรู้ว่ามีจานกินข้าวรูปรถมินิด้วย ด้วยสนนราคาประมาณ 4,000 บาท

เดินไปดูด้านในสุดของชั้น 2 ที่เป็นประตูสำหรับนำรถเข้ามา ภาพซ้าย เห็นได้ว่ามีล้อแม็กสำหรับรถมินิวางเรียงรายกันเป็นแถว ที่ญี่ปุ่นรถมินิส่วนใหญ่จะใส่ล้อขนาด 10 นิ้วหน้ากว้าง 5 นิ้วขึ้นไป ไม่ค่อยเห็นใครใส่ 12 นิ้วเท่าไหร่ ไม่ก็ข้ามไป 13 นิ้ว Sport Pack กันไปเลย ภาพขวา เป็นส่วนของคาบูเรเตอร์แบบต่าง ๆ ทั้งแบบ SU และ Weber ที่นี่ SU คู่ราคาแพงมาก

ภาพซ้ายเป็นตู้โชว์ที่อยู่หน้าประตูลิฟท์สำหรับยกรถขึ้นมาชั้น 2 จะเห็นว่ามี Center ล้อแบบต่าง ๆ มากมาย ทั้งแบบ 10 นิ้วไปจนถึง 13 นิ้ว ภาพขวา เป็นตู้โชว์ฝั่งตรงกันข้าม มีสติกเกอร์สำหรับติดรถมินิแบบต่าง ๆ มากมายเช่นเดียวกัน

ก่อนที่จะลงจากชั้น 2 กลับลงไปที่ชั้น 1 ก็ได้เดินสำรวจรายละเอียดตามตู้ต่าง ๆ ว่ามีสินค้าอะไรบ้าง ภาพซ้าย เป็นตู้สำหรับป้ายและสติ๊กเกอร์ของ BMC ทั้งหมด มีหลายตั้งแต่ขนาดเล็กกระทัดรัดไปจนถึงขนาดใหญ่สำหรับติดฝาผนังบ้านได้เลย ภาพขวา เป็นโมเดลรถมินิแบบต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นพลาสติกผลิตจากจีนและจากญี่ปุ่น ไม่ได้เป็นเหล็กเหมือนของ Cararama, Corgi, Vanguards ฯลฯ แต่อย่างใด

กลับลงมาชั้นล่างอีกครั้งเพื่อมาสำรวจรายละเอียดว่าตกหล่นอะไรไปบ้าง ภาพซ้าย เพิ่งจะเห็นว่ามีรถในร้านนี้ได้ขึ้นหน้าปก Mini Magazine ด้วย ฉบับฉลองครบรอบ 50 ปีรถมินิ เป็นรถมินิ Mk1 เปิดประทุน มีประวัติรถคันนี้เขียนเอาไว้ด้วย แต่เสียดายที่ภาษาญี่ปุ่นยังไม่ถึงขั้น เลยอ่านไม่ออกว่าเขาเขียนว่าอะไร ภาพขวา ถ่ายให้เห็นชั้นสองชัด ๆ เห็นว่าไม่สูงมากนัก ความสูงประมาณชั้นของอาคารจอดรถที่เมืองไทย

และรถคันสุดท้ายที่เห็น ภาพซ้าย เป็นรถอีกคันของร้านนี้ที่ถูกถ่ายลงนิตยสาร Auto Sport ดูแล้วอายุของนิตยสารเล่มนี้แก่กว่าผมเป็นแน่แท้ ภาพขวา สรุปสิ่งที่ได้จากการไปแวะเยี่ยมชมร้าน Mini Maruyama ครั้งนี้ก็คือ ได้ตั๋ว Japan Mini Day ครั้งที่ 18, ได้ป้ายหนังแท้กันน้ำมันติดที่บริเวณคอถังน้ำมัน, และสุดท้ายก็คือแสตมป์จาก Royal Mail เป็นรูปรถมินิสำหรับฉลองครบรอบ 50 ปีรถมินิ
- บล็อกของ อาโกโก้
- อ่าน 6129 ครั้ง


คุณโก้ครับฝากซื้อหนังสือบ้างไ
คุณโก้ครับฝากซื้อหนังสือบ้างได้หรือเปล่าครับ
ผู้เยี่ยมชม
หนังสือสั่งซื้อผ่านทาง amazon จะดีกว่าครับ ถูกว่า มีให้เลือกเยอะ แถมไม่เสียภาษีด้วยครับ
ชอบมากๆครับ ดูจนตาลาย
แสดงความคิดเห็น