Mini Mk6 (1991-1996)
ทวีต
รถมินิรุ่น Mk6 เป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในวงการรถมินิ, ตัวถังของรถได้ถูกปรับปรุงเพื่อให้รองรับกับเครื่องยนต์แบบหัวฉีดที่นำมาติดตั้งให้กับรถมินิ, เหตุผลหลักคือต้องการเปลี่ยนแปลงระบบเครื่องยนต์ให้เป็นแบบหัวฉีดนั่นเอง
รถมินิรุ่น Mk6 ถูกผลิตออกมาจำน่ายเมื่อปี 1991, ซึ่งเป็นการออกแบบใหม่สำหรับการพัฒนาเครื่องยนต์แบบ SPi และ Closed-Loop Cat, รถมินิรุ่น Neon ถูกผลิตออกมาจำหน่าย, รถมินิรุ่น Cooper มีเครื่องยนต์ขนาด 63 แรงม้าแบบ SPi ขนาด 1275 cc พร้อมกับ Closed-Loop Cat และ ECU, ส่วนที่เพิ่มเติมจากมาตรฐานคือ Spots และ Stripes, รถมินิรุ่น Lamm Cabriolet (จำนวน 75 คัน) ถูกผลิตโดยบริษัท Rover เป็นรถมินิที่ผลิตมาเป็นทางการครั้งแรกด้วยล้อขนาด 13 นิ้ว
ในปี 1992, รถมินิรุ่น City และ 998cc ถูกแทนที่ด้วยรถมินิรุ่น Sprite, รถมินิรุ่นนี้และรถมินิรุ่น Mayfair มีกำลังขนาดใหม่ขนาด 50 แรงม้าที่มี Carb-Plus-Cat ของเครื่องยนต์ขนาด 1275cc, รถมินิรุ่น British Open Classic ถูกผลิตออกมาจำหน่าย, เป็นรถมินิรุ่นแรกที่มี Sunroof แบบผ้าใบที่ปิดเปิดด้วยไฟฟ้า, รถมินิรุ่น Italian Job ถูกผลิตออกมาจำหน่าย (มีสีแดง, ขาว, น้ำเงินและสีเขียว), สำนักแต่งรถยนต์ John Cooper Garages เป็นตัวแทนจำหน่ายรถมินิที่มีการตกแต่งอุปกรณ์เสริมแบบ Sport, ได้มีการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยมากขึ้นได้แก่ Alarm/Immobiliser และการปิดเปิดฝากระโปรงหน้ารถจากภายในห้องโดยสาร
ในปี 1993, รถมินิรุ่น Cabriolet ถูกผลิตออกมาจำหน่ายใหม่อีกครั้งด้วยเครื่องยนต์แบบ SPi Cooper และล้อขนาด 12 นิ้วแทนที่จะใช้ล้อขนาด 13 นิ้วของ Lamm, รถมินิรุ่น Rio (จำนวน 750 คัน) และรถมินิรุ่น Tahiti (จำนวน 500 คัน) ถูกผลิตออกมาจำหน่าย, รถมินิรุ่น Cooper มีอุปกรณ์ Standard Alarm และแผงหน้าปัดลายไม้เป็นอุปกรณ์เสริม, รถมินิรุ่น Mayfair มีอุปกรณ์มาตรฐานที่ดีกว่าในรุ่นต่อมา, รถมินิถูกผลิตจำนวนลดลงต่ำกว่า 21,000 คัน
ในปี 1994, มีการซื้อขายที่เรียกได้ว่าเป็นจุดจบของรถมินินั่นคือบริษัท BMW ได้ซื้อบริษัท Rover Group, รถมินิรุ่น Cooper Monte Carlo ถูกผลิตออกมาจำหน่าย (จำนวน 200 คัน) เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีที่ชนะการแข่งขันที่ Monte Carlo, และได้ส่งรถรุ่นดังกล่าวซึ่งผลิดโดยบริษัท Rover จำนวน 3 คันในกลุ่มของ Cooper SPi เข้าแข่งขันในรายการ Monte, โดยมี Paddy Hopkirk และ Ron Crellin เป็นผู้ขับขี่รถมินิหมายเลข L33 EJB เข้าเป็นลำดับที่ 52 ของรถทั้งหมด และเป็นที่ 4 ในรุ่นนั้น, รถมินิรุ่น 35 ถูกผลิตออกมาจำหน่าย (จำนวน 1,000 คัน), มีการฉลองครบรอบ 35 ปีของรถมินิที่ Silverstone โดยมีรถมินิมาร่วมฉลองถึง 120,000 คัน, รถมินิรุ่น Cooper Grand Prix ถูกผลิตออกมาจำหน่าย (จำนวน 35 คัน)
ในปี 1995, บริษัท BMW ได้อนุมัติโครงการ E50 และเริ่มการพัฒนาเพื่อรับช่วงต่อของรถมินิ, รถมินิรุ่น Sidewalk ถูกผลิตออกมาจำหน่าย (จำนวน 1,000 คัน), รถมินิได้รับการโหวตให้เป็นรถแห่งศตวรรษจากผู้อ่านหนังสือ Autocar Magazine, เบาะที่มีขลิบหนัง Monaco แบบ Half-Leather Trim และแผงหน้าปัดลายไม้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถมินิรุ่น Cooper
ในปี 1996, รถมินิรุ่น Mk7 ถูกผลิตออกมาจำหน่าย
- อ่าน 2815 ครั้ง


ความคิดเห็นล่าสุด
2 ชั่วโมง 9 นาที ที่ผ่านมา
20 ชั่วโมง 15 นาที ที่ผ่านมา
22 ชั่วโมง 42 นาที ที่ผ่านมา
1 วัน 4 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
1 วัน 5 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
1 วัน 5 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
1 วัน 6 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
1 วัน 6 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
1 วัน 20 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
2 วัน 2 ชั่วโมง ที่ผ่านมา